ส่วนที่ 2 ระบบบัญชีกับการควบคุมภายใน

Download Report

Transcript ส่วนที่ 2 ระบบบัญชีกับการควบคุมภายใน

ส่วนที่ 2
ระบบบัญชีกบั การควบคุมภายใน
ความหมายของการควบคุมภายใน
“การควบคุมภายใน”
หมายถึง กระบวนการปฏิบัติงานที่ผ้ ูบริหารทุกระดับและ
พนักงานทุกคนในองค์กรกาหนดขึ้นเพื่อให้ องค์กรบรรลุเป้ าหมาย
ความหมายของการควบคุมภายใน
“เป้าหมายขององค์กรทีส่ าคัญ” มีอยู่ 4 ประการ คือ
1. เพื่ อดู แ ลรั ก ษาทรั พ ย์ สิ น และข้ อมู ล ให้ อยู่ ใ นสถานที่ ท่ี
ปลอดภั ย จากการทุ จ ริ ต ของผู้ บริ ห าร พนั ก งาน หรื อ
บุคคลภายนอก
2. เพื่ อให้ ม่ันใจว่ าการจดบันทึกรายการทางการบัญชี มีความ
ถูกต้ อง เชื่อถือได้ และนาเสนอได้ ทนั เวลา
ความหมายของการควบคุมภายใน
“เป้าหมายขององค์กรทีส่ าคัญ” มีอยู่ 4 ประการ คือ
3. เพื่อสนับสนุนให้ มีการปฏิบัติงานตามนโยบาย และข้ อบังคับ
ของกิจการหรือข้ อกาหนดของกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
4. เพื่ อส่ ง เสริ มให้ มี ก ารปฏิ บั ติ ง านในองค์ ก รอย่ างมี
ประสิทธิภาพ
ข้อจากัดของการควบคุมภายใน
“การควบคุมภายใน” ประกอบด้ วยข้ อจากัด 5 ประการ คือ
1. ความบกพร่อง – ความผิดพลาดโดยไม่เจตนา
2. การเจตนาทุจริต
3. ผู้บริหารสั่งให้ ทา
4. ต้ น ทุ น ของการเพิ่ ม มาตรการเพื่ อ เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพการ
ควบคุมภายในมากกว่าผลประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้ รับ
5. การเปลี่ ย นแปลงทางเทคโนโลยี ห รื อ การเปลี่ ย นแปลงใน
กฎหมายอย่างรวดเร็ว
ข้อจากัดของการควบคุมภายใน
1. ความบกพร่อง – ความผิดพลาดโดยไม่เจตนา
เป็ นความบกพร่ องหรือความผิดพลาดในการทางานของ
พนักงานที่เกิดขึ้นได้ ตลอดเวลาของการปฏิบัติงาน อาจเกิดขึ้นใน
ลั ก ษณะของการตั ด สิ น ใจผิ ด พลาด หรื อ การละเลยไม่ ส นใจ
ปฏิบัตงิ านที่ได้ รับมอบหมาย
ข้อจากัดของการควบคุมภายใน
2. การเจตนา
เป็ นการกระทาที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพนักงานของ
กิจการร่ วมกันแสวงหาผลประโยชน์ให้ ตนเอง โดยการละเลยไม่
ปฏิบัตติ ามข้ อกาหนด หรือนโยบายของกิจการที่กาหนดไว้
ข้อจากัดของการควบคุมภายใน
3. ผูบ้ ริหารสังให้
่ ทา
เป็ นการกระทาที่เกิดจากผู้บริหารบางรายต้ องการแสวงหา
ผลประโยชน์ ให้ ตนเอง เครื อ ญาติ หรื อ บุค คลใกล้ ชิด ทาให้ ไม่
ปฏิบัติตามกฎข้ อบังคับ หรือคาสั่งให้ ผ้ ูใต้ บังคับบัญชากระทาตาม
ข้อจากัดของการควบคุมภายใน
4. ต้นทุนของการเพิ่มมาตรการเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภ าพการ
ควบคุมภายในมากกว่าผลประโยชน์ทีค่ าดว่าจะได้รบั
ในกรณีท่ตี ้ นทุนที่จะต้ องจ่ายไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ
การควบคุมภายในมีมากกว่าผลประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้ รับอาจทา
ให้ ผ้ ู บ ริ หารอาจตัดสินใจไม่ เ ลือ กมาตรการชนิดนั้ นเข้ ามาใช้ ใ น
กิจการ
ข้อจากัดของการควบคุมภายใน
5. การเปลีย่ นแปลงทางเทคโนโลยีหรือการเปลีย่ นแปลงใน
กฎหมายอย่างรวดเร็ว
ทาให้ พนักงานปฏิบัติงานไม่ถูกต้ อง เพราะยังไม่ ได้ รับการ
อธิบ ายหรื อ การอบรมในวิ ธีก ารใหม่ อ ย่ า งเพี ย งพอ มี ผ ลท าให้
ระบบการควบคุมภายในกิจการมีประสิทธิภาพไม่ ดีเท่าที่ควรจะ
เป็ น
ความสาคัญของการควบคุมภายใน
“การควบคุมภายในมีความสาคัญอย่างไร”
เนื่ อ งจากระบบบั ญ ชี จ ะจั ด การข้ อ มู ล ให้ กับ ผู้ ใ ช้ ร ะบบข้ อ มู ล
ทางการบัญชี ผู้ใช้ ท่อี ยู่ภายในและภายนอกกิจการ จะเชื่อในความถูกต้ อง
ของรายงานและการแสดงผลของระบบ
ด้ วยเหตุน้ ี กิจการจะยอมรั บ “นโยบาย” และ “กระบวนการ
หรือระบบการควบคุ ม ” เพื่ อรั กษาความถูกต้ องของข้ อมูล และความ
เชื่อถือได้ ในการปฏิบัติงานของระบบ
“นโยบาย” และ “กระบวนการ” ถือเป็ นส่วนหนึง่ ของโครงสร้าง
การควบคุมภายใน
วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน
“การควบคุมภายใน” แบ่งออกเป็ น 2 ประเภท คือ
1. การควบคุมทางการบัญชี (Accounting Controls)
2. การควบคุมด้ านบริหาร (Administrative Controls)
วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน
1. การควบคุมทางการบัญชี (Accounting Controls)
หมายถึง นโยบายและวิธกี ารที่ผ้ ูบริหารกาหนดขึ้นเพื่อสนอง
วัตถุประสงค์ 2 ข้ อ คือ
1)
การป้ องกันทรัพย์สนิ
2) การประกันความถูกต้ องและเชื่อถือได้ ของข้ อมูลทางการ
บัญชี
การควบคุมทางการบัญชี มีผลกระทบต่อความถูกต้ องของ
ข้ อมูลทางการบัญชี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่องบการเงิน
วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน
2. การควบคุมทางด้านบริหาร (Administrative Controls)
หมายถึง นโยบายและวิธกี ารที่ผ้ ูบริหารกาหนดขึ้นเพื่อสนอง
วัตถุประสงค์ 2 ข้ อ คือ
1)
ส่งเสริมการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ
2) สนับสนุนให้ ปฏิบัติตามนโยบายการบริหาร
การควบคุมทางด้ านบริหาร จะส่งผลให้ ข้อมูลทางการบัญชีมี
ความถูกต้ องมากขึ้น
ความผิดพลาดทางการบัญชี
“ความผิดพลาดทางการบัญชี” แบ่งเป็ น 2 ลักษณะ คือ
1. ความผิดพลาดที่ไม่ได้ ต้งั ใจ หรือ ขาดความรู้
2. ความผิดพลาดที่จงใจ
ความผิดพลาดทางการบัญชี
1. ความผิดพลาดทีไ่ ม่ได้ต้ งั ใจ หรือ ขาดความรู ้
เป็ นความผิดพลาดจากความไม่ ร ะมั ดระวั งของพนั ก งาน
ในขณะปฏิบัตหิ น้ าที่ หรือจากการขาดความรู้
ความผิดพลาดทางการบัญชี
2. ความผิดพลาดทีจ่ งใจ สามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
1) การฉ้ อโกง (Fraud)
คือ การตั้งใจหลอกลวงเพื่อให้ บุคคลอื่นได้ รับความเสียหาย
2) การทุจริต (Corruption)
คือ การเบียดบังทรัพย์สนิ ของผู้อ่นื มาเป็ นของตน
ความผิดพลาดทางการบัญชี
ความเสีย่ งทีเ่ ป็ นปั ญหาและอุปสรรค
1. ความขัดแย้ งในหมู่ผ้ ูบริหาร
 เกิดจากการขาดภาวการณ์เป็ นผู้นาหรือไม่เหมาะสม
2. ความผันผวนทางเศรษฐกิจ
 อัตราดอกเบี้ยที่ข้ ึนลงอย่ างรวดเร็ว ก่อให้ เกิดความเสี่ยงต่ อ
การดาเนินงานของกิจการ
ความผิดพลาดทางการบัญชี
ความเสีย่ งทีเ่ ป็ นปั ญหาและอุปสรรค
3. ปัญหาแรงงานสัมพันธ์
 เกิดจากการรวมตัวกันของคนงาน การนัดหยุ ดงาน ส่งผล
กระทบต่อระบบการผลิตของกิจการ
4. กฎหมาย ระเบียบข้ อบังคับที่มกี ารเปลี่ยนแปลง
 การออกกฎหมายที่ผิ ด พลาดมาบั ง คั บ ใช้ ห รื อ ข้ อ ก าหนด
ระเบียบปฏิบัติทางราชการ ซึ่งให้ คุณหรือโทษต่อกิจการ
ความผิดพลาดทางการบัญชี
ความเสีย่ งทีเ่ ป็ นปั ญหาและอุปสรรค
5. เทคโนโลยีใหม่ ๆ
 เกิ ด ขึ้ นในช่ ว งที่ เ ริ่ ม เปลี่ ย นแปลงใหม่ เช่ น การติ ด ตั้ ง
เครื่องจักรใหม่
6. ภัยธรรมชาติและอุปัทวเหตุท่รี ้ ายแรง
 เช่ น แผ่ น ดิ น ไหว อัค คี ภั ย ก่ อ ให้ เ กิด ความเสีย หายอย่ า ง
รุนแรงต่อกิจการ
ความผิดพลาดทางการบัญชี
ความเสีย่ งทีเ่ ป็ นปั ญหาและอุปสรรค
7. การทุจริตภายในกิจการ
 เป็ นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเสมอ ซึ่ งหากไม่ สามารถแก้ ไขได้
กิจการจะเผชิญกับความเสี่ยงอย่างสูงสุด
8. การทุจริตจากกลุ่มมิจฉาชีพ
 เป็ นความพยายามของบุคคลภายนอกที่มุ่งหมายกระทาการ
ทุจริต เพื่อให้ ทรัพย์สนิ ของกิจการเสียหายหรือสูญเสีย
องค์ประกอบการควบคุมภายใน
“การควบคุมภายใน” ประกอบด้ วยองค์ประกอบที่สาคัญ 3
ประการ คือ
1. สภาพแวดล้ อมของการควบคุมภายใน
2. ระบบบัญชีเพื่อการควบคุม
3. วิธกี ารควบคุมทางบัญชี
องค์ประกอบการควบคุมภายใน
1. สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
หมายถึง การควบคุมเหตุการณ์รอบ ๆ หรือสิ่งที่ส่งผลต่อ
ระบบบั ญ ชี ข องกิ จ การ มี ปั จ จั ย หลายอย่ า งที่เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การ
จัดการควบคุม ซึ่งปั จจัยเหล่ านี้จะตัดสินว่ ากระบวนการควบคุ ม
สามารถกระทาตามวัตถุประสงค์ได้ อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
ปั จจัยทีม่ ีผลต่อการควบคุมสภาพแวดล้อมมีดงั ต่อไปนี้
1)
2)
3)
4)
5)
6)
7)
ปรัชญาของการบริหารและรูปแบบการปฏิบัติ
โครงสร้ างของกิจการ
คณะกรรมการการตรวจสอบ
วิธแี ต่งตั้งผู้มีอานาจและรับผิดชอบ
วิธกี ารควบคุม
นโยบายและการปฏิบัติด้านบุคคล
สภาวะแวดล้ อมภายนอก
สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
1) ปรัชญาของการบริหารและรูปแบบการปฏิบตั ิ
 เป้ าหมายของการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ มุ่งสู่
ความถู ก ต้ องของข้ อมู ล ทางการบั ญ ชี และเน้ นการ
ดาเนินงานตามงบประมาณและเป้ าหมายการปฏิบัติงาน
 คุณลักษณะของปรัชญาในการจัดการและรูปแบบการปฏิบั ติ
มีอิทธิพลอย่ างมีนัยสาคัญต่ อความถู กต้ องของการบันทึก
ทางการบัญชี และประสิทธิภาพของกระบวนการควบคุม
สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
2) โครงสร้างของกิจการ
 โครงสร้ างของกิจการเป็ นการจัดกรอบงานทั้งหมด สาหรับ
การวางแผนและควบคุมการทางาน
สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
3) คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee)
 คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้ วย ผู้บริหารของกิจการ
หลายท่าน
 คณะกรรมการตรวจสอบ ทาหน้ าที่ตามกฎในการตรวจสอบ
นโยบายและการปฏิบัติทางการบัญชี และทาหน้ าที่เ ตือ น
ผู้บริหารถึงปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนที่จะกลายเป็ นเรื่องร้ ายแรง
สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
4) วิธีการแต่งตั้งผูม้ ีอานาจและความรับผิดชอบ
 การจัดการแบบรวมอานาจ
ผู้ บ ริ หารสูงสุด จะเป็ นผู้ ตัด สิน ใจหลั กต่ อสิ่งที่มีผลกระทบต่ อ
กิจการ
 การจัดการแบบกระจายอานาจ
เป็ นการกระจายอานาจและความรับผิดชอบไปแต่งตั้งผู้ จัดการ
ระดับกลางถึงผู้จัดการระดับปฏิบัติงาน
สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
5) วิธีการควบคุม
 เป็ นวิ ธี ก ารควบคุ ม โดยฝ่ ายบริ ห าร เพื่ อติ ด ตามการ
ปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับต่ากว่ าให้ ปฏิบั ติตามหน้ าที่ท่ี
ได้ รับมอบหมาย
สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
6) นโยบายและแนวปฏิบตั ิดา้ นบุคคล
 ประสิทธิผลของโครงสร้ างการควบคุมภายในขึ้นอยู่กับความ
ซื่อสัตย์และความสามารถของพนักงาน
 นโยบายและแนวปฏิบัติด้านบุคคล ส่งผลกระทบดังนี้
 ทาให้ แน่ใจว่ากิจการได้ จ้างบุคคลที่มีความสามารถ
 ทาให้ เกิดข้ อผิดพลาดหรือทาผิดกฎระเบียบน้ อยลง
สภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน
7) สภาพแวดล้อมภายนอก
 สภาพแวดล้ อมภายนอก โดยปกติไม่อยู่ภายใต้ การควบคุ ม
ของการบริหารแต่ มีอิทธิพลต่ อการบริหารว่ านาไปสู่ ความ
ถู ก ต้ อ งของข้ อ มู ล บั ญ ชี แ ละก าหนดนโยบายการควบคุ ม
ภายในและวิธกี ารอย่างชัดเจนได้
องค์ประกอบการควบคุมภายใน
2. ระบบบัญชีเพือ่ การควบคุม ประกอบด้ วย
1) การวิเคราะห์รายการ
2) ผังบัญชี
3) เอกสารลงรายการขั้นต้ นที่เป็ นมาตรฐาน
4) งบทดลอง
5) บัญชีคุมยอดและบัญชีย่อย
ระบบบัญชีเพือ่ การควบคุม
1) การวิเคราะห์รายการ
 เมื่อรายการทางบัญชีเกิดขึ้น จะต้ องมีการวิเคราะห์ รายการ
และบั น ทึ ก ไว้ ในบั ญ ชี 2 ด้ า น คื อ ทางด้ านเดบิ ต และ
ทางด้ านเครดิต
 ถ้ ามีการลงบัญชีหนึ่งผิด ผลรวมตัวเลขด้ านเดบิตและเครดิต
ในบั ญ ชี ท้ัง 2 จะไม่ ส มดุ ล ท าให้ ทราบว่ า มี ข้ อ ผิ ด พลาด
เกิดขึ้น
ระบบบัญชีเพือ่ การควบคุม
2) ผังบัญชี
 ผังบัญชีเป็ นรายชื่อและเลขที่บัญชีท่ใี ช้ ในกิจการ
 ชื่อและเลขที่บัญชีท่กี าหนดไว้ ในผังบัญชีเพื่อลงรายการ ทา
ให้ ลดโอกาสที่จ ะท าผิ ด พลาดได้ น้ อ ยลง และเกิ ด ความ
สะดวกในการบันทึกบัญชี
ระบบบัญชีเพือ่ การควบคุม
3) เอกสารลงรายการขั้นต้นทีเ่ ป็ นมาตรฐาน
 เป็ นเอกสารหรื อ ใบส าคั ญ ที่นั ก บั ญ ชี ท าขึ้ น เพื่ อ วิ เ คราะห์
รายการค้ าและบันทึกในสมุดรายวัน
 เมื่ อสิ้ นง วดบั ญ ชี จะมี ก ารปรั บปรุ ง ตามว งจรบั ญ ชี
ข้ อผิ ด พลาดจะเกิ ด ขึ้ นน้ อยมากถ้ ามี ก ารใช้ เอกสาร
ประกอบการบันทึกบัญชี
ระบบบัญชีเพือ่ การควบคุม
4) งบทดลอง
 การจัดเตรียมงบทดลองเป็ นขั้นหนึ่งในวงจรบัญชี
 การเตรี ยมงบทดลอง ทาให้ มีโอกาสตรวจสอบว่ าระบบได้
บันทึกรายการผิดพลาดหรือไม่ เนื่องจากผลรวมด้ านเดบิต
ต้ องเท่ากับผลรวมด้ านเครดิตในงบทดลอง
ระบบบัญชีเพือ่ การควบคุม
5) บัญชีคุมยอดและบัญชีย่อย
 บัญชีคุมยอดจะสรุปยอดคงเหลือของบัญชีย่อย
 บัญชีย่อยจะแสดงรายละเอียดของบัญชีลูกหนี้ เจ้ าหนี้ ตลอดจน
สินทรัพย์ว่าแต่ละบัญชีมีรายการใดบ้ าง เกิดขึ้นเมื่อใด
 เมื่อ สิ้น งวดบั ญ ชี จ ะเปรี ย บเทีย บยอดคงเหลื อ ของบั ญ ชี ย่ อ ยทุ ก
บัญชีในสมุดบัญชีย่อยกับยอดคงเหลือในบัญชีคุมยอดประเภท
เดียวกันในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปว่ าเท่ากันหรือไม่ ถ้ าไม่
เท่ากันแสดงว่ายังมีท่ผี ดิ พลาดอยู่
องค์ประกอบการควบคุมภายใน
3. วิธีการควบคุมทางบัญชี
เป็ นส่วนประกอบหนึ่งของโครงสร้ างการควบคุมภายใน ซึ่ ง
มีวัตถุประสงค์ดงั ต่อไปนี้
1) รักษาความปลอดภัยให้ กบั ทรัพย์สนิ
2) ประกันความถูกต้ องและเชื่อถือได้ ของข้ อมูลทางบัญชี
วิธีการควบคุมทางบัญชี
กิจการสามารถกาหนดวิธีการควบคุมทางบัญชีได้ 5 วิธี คือ
1) การกาหนดวิธกี ารในการบันทึกรายการทางบัญชี
2) การรักษาความปลอดภัยสาหรับทรัพย์สน
ิ และการบันทึก
3) การแบ่งแยกหน้ าที่
4) การจัดทาเอกสารและการบันทึกที่ถูกต้ อง
5) การตรวจสอบการปฏิบัติงาน
วิธีการควบคุมทางบัญชี
1) การกาหนดวิธีการในการบันทึกรายการทางบัญชี
 เป็ นการกาหนดกระบวนการสาหรับอนุ มัติรายการที่เกิดขึ้น
และวิ ธี ก ารประมวลผล โดยวิ ธี ก ารประมวลผลรายการ
แตกต่างกันไปสาหรับรายการทางบัญชีแต่ละประเภท
 พนักงานจะต้ องบันทึกรายการทันที และตรวจสอบว่ าการ
บันทึกนั้นถู กต้ อง การใช้ ยอดคุ มและการหายอดคงเหลือ
ด้ านเดบิตและเครดิต จะช่วยให้ ค้นพบข้ อผิดพลาดได้
วิธีการควบคุมทางบัญชี
1) การกาหนดวิธีการในการบันทึกรายการทางบัญชี
 การอนุมัติรายการมี 2 วิธี คือ
1) การอนุมัติท่วั ไป
 จะก าหนดว่ า พนั ก งานคนใดจะเป็ นผู้ ส ร้ างรายการ บั น ทึ ก และ
ประมวลผลรายการ ซึ่งสามารถทางานต่อไปโดยไม่ต้องขออนุมตั ิ
2) การอนุมัติพิเศษ
 ใช้ กบ
ั รายการที่มวี งเงินจานวนมากหรือมีโอกาสทุจริตสูง
 พนักงานจะเริ่มสร้ างรายการชนิดนี้จะต้ องปรึกษาผู้บริหารและได้ รับการ
ตรวจสอบที่พิเศษ
วิธีการควบคุมทางบัญชี
2) การรักษาความปลอดภัยสาหรับทรัพย์สินและข้อมู ล
 ฝ่ ายบริ ห ารจะก าหนดวิ ธี ก ารรั ก ษาความปลอดภั ย ของ
ทรัพย์สนิ เพื่อป้ องกันการทุจริตในทรัพย์สนิ และข้ อมูล และ
กาหนดหน้ าที่ความรับผิดชอบให้ แก่พนักงาน ดังนี้
 วิธกี ารรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สน
ิ และข้ อมูล
 กาหนดหน้ าที่ความรับผิดชอบให้ แก่พนักงาน
วิธีการควบคุมทางบัญชี
3) การแบ่งแยกหน้าที่
 ฝ่ ายบริ ห ารจะก าหนดความรั บ ผิ ด ชอบให้ พ นั ก งานแต่ ล ะ
ตาแหน่งมีหน้ าที่ต่างกัน
 การแบ่งแยกหน้ าที่บุคคลที่เกี่ยวข้ องกับทรัพย์สน
ิ คือ
 หน้ าที่อนุมัติรายการทรัพย์สน
ิ
 หน้ าที่บันทึกทรัพย์สน
ิ
 หน้ าที่ดูแลทรัพย์สน
ิ
จะต้ องเป็ นคนละคนกัน
วิธีการควบคุมทางบัญชี
4) การจัดทาเอกสารและการบันทึกทีถ่ ูกต้อง
 ช่วยให้ แน่ใจว่ามีการบันทึกรายการถูกต้ อง
 การควบคุมเอกสารทาได้ ดังนี้
 การใช้ แบบฟอร์มเอกสาร
พนักงานแต่ ละคนจะถูกกาหนดให้ รับผิดชอบฟอร์ มเอกสารแต่ ละ
ชนิดแยกอิสระจากกัน
 หมายเลขกากับเอกสาร
สามารถตรวจสอบปริมาณแบบฟอร์มเอกสารที่มีอยู่จากหมายเลขว่ า
ไม่มีการสูญหายไป
วิธีการควบคุมทางบัญชี
5) การตรวจสอบการปฏิบตั ิงาน
 จะต้ อ งมี ก ารตรวจสอบอย่ า งอิส ระในการปฏิบั ติ ง านของ
พนั ก งาน และความถู ก ต้ อ งของการบั น ทึก บั ญชี รายการ
เบื้องต้ น การสอบทานการเปรียบเทียบทรัพย์สนิ ที่มีอยู่
 การตรวจสอบที่เ ป็ นอิ ส ระจะท าโดยบุ ค คลที่ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ นผู้
ปฏิบัติรายการโดยตรง อาจจะเป็ นพนักงานคนอื่น เช่น
 ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้สอบบัญชีอสิ ระ
 ผู้ตรวจสอบภายใน