กลุ่ม

Download Report

Transcript กลุ่ม

บทที่ 15
อิทธิพลของบุคคล
กลุ่มอ้างอิง
ประเภทของกลุ่ม
กลุ่ม คือ บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่มีส่วนร่ วม
ในบรรทัดฐาน ค่านิยม หรื อความเชื่อ และมี
ความสัมพันธ์ต่อกันและกันจนทาให้พฤติกรรมขึ้นอยูซ่ ่ ึง
กันและกัน
กลุ่มอ้ างอิง คือ บุคคลหรื อกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพล
อย่างมีนยั สาคัญต่อพฤติกรรมของบุคคล
เกณฑ์ การแบ่ งกลุ่ม
-สมาชิกภาพ
-ระดับการติดต่ อ หมายถึงการติดต่อระหว่างบุคคลของ
สมาชิกในกลุ่มมีมากน้อยเพียงใด
กลุ่มปฐมภูมิ & กลุ่มทุติยภูมิ
เกณฑ์ การแบ่ งกลุ่ม (ต่ อ)
ระดับความดึงดูดใจ หมายถึง การที่สมาชิกภาพของกลุ่มเป็ นที่
ปรารถนาของบุคคล
กล่ มุ อ้ างอิงทีเ่ ป็ นความใฝ่ ฝัน (Aspiration reference
groups)
กล่ มุ ทีเ่ ป็ นทางการ & กล่ มุ ทีไ่ ม่ เป็ นทางการ
อิทธิ พลของกลุ่มอ้างอิงต่อกระบวนการบริ โภค
-ลักษณะของอิทธิ พลของกลุ่ม :
- Normative Influence: คาดหวังรางวัล หลีกเลี่ยงลงโทษ
- Informational/ Utilitarian Influence: พฤติกรรม ความเห็น เป็ น
ข้อมูลที่มีประโยชน์
- Identification/ Value-Expressive Influence: ใช้ค่านิยม บรรทัด
ฐาน เป็ นแนวทางทัศนคติค่านิยมตน
อิทธิพลของกลุ่ม
สถานการณ์ การบริโภคและอิทธิพลของกลุ่มอ้ างอิง
สถานการณ์ การบริโภคทีก่ าหนดอิทธิพลของกลุ่มอ้ างอิง
ลักษณะสถานการณ์ การบริโภคและการเลือกสิ นค้ าตรายี่ห้อ
-ระดับของอิทธิ พลของกลุ่มอ้างอิง
รู ปแบบของอิทธิพล
- อิทธิ พลของกลุ่มสู งสุ ดเมื่อการบริ โภคมองเห็นได้โดยกลุ่ม
- อิทธิ พลของกลุ่มเพิ่มสาหรับของที่มีความจาเป็ นน้อย
- ยิง่ บุคคลผูกพันกับกลุ่มมากจะยิง่ ทาตามบรรทัดฐานกลุ่ม
-ระดับของอิทธิ พลของกลุ่มอ้างอิง (ต่อ)
รู ปแบบของอิทธิพล
-กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทาหน้าที่ของกลุ่มมากจะมี
ความกดดันให้ทาตามมาตรฐานมาก
- ความมัน่ ใจในการซื้ อสิ นค้าบางประเภทมีนอ้ ย ดังนั้น
อิทธิ พลของกลุ่มจะมีมาก
กลยุทธ์ การตลาดทีอ่ าศัยอิทธิพลของกลุ่ม
- การขายส่ วนบุคคล : Asch Phenomenon
การส่ งผ่ านอิทธิพลของบุคคล
อิทธิพลคาพูดปากต่ อปากจะสู งขึน้ เมื่อ
- ขาดข้อมูล
- สิ นค้าซับซ้อน
- ขาดความสามารถที่จะประเมินสิ นค้าหรื อบริ การ
- แหล่งอื่นมีความน่าเชื่อถือต่า
- ผูม้ ีอิทธิพลเข้าถึงได้ง่ายกว่าแหล่งอื่น
- ความสัมพันธ์แน่นแฟ้ นระหว่างผูร้ ับ-ส่ ง
- ต้องการการเห็นชอบจากสังคม
• ลักษณะของผู้มอี ทิ ธิพล
การจูงใจ บุคคลจะไม่สนทนาเกี่ยวกับสิ นค้านอกเหนือจากว่าจะมี
ความจูงใจบางอย่าง ซึ่ งได้แก่
- ความเกี่ยวข้อง : ความสนใจ
- การขยายตนเอง : มีขอ้ มูลแสดงความเหนือกว่า
- ความห่วงใยผูอ้ ื่น : ปรารถนาดี
- ความซื่ อตรงของข่าวสาร : สนุกที่จะพูดถึง
- การลดความไม่สอดคล้อง : การซื้ อครั้งสาคัญ
โมเดลของอิทธิพลของบุคคล
- Trickle-Down theory : ผูท้ ี่อยูใ่ นชั้นทางสังคมที่ต่า
กว่าจะเลียนแบบผูอ้ ยูใ่ นชั้นทางสังคมขั้นสู งกว่า
- Two-Step Flow : ผูน้ าความคิดส่ งต่อ ข้อมูลจาก
สื่ อมวลชนสู่ ผมู ้ ีอิทธิ พลสู่ บุคคล แต่ขอ้ เท็จจริ งสื่ อกระตุน้ ผูร้ ับไป
แสวงหา
- Multistage Interaction : ทั้งผูม้ ีอิทธิ พลและผูแ้ สวงหา
เป็ นเป้ าหมายของการโฆษณา
การสื่ อสารแบบปากต่ อปากและผู้นาความคิดในการ
โฆษณาและกลยุทธ์ การตลาด
การสื่ อสารแบบปากต่อปากของกลุ่มผูเ้ ล่นอินเทอร์ เน็ต
สร้างความสาเร็ จ iPod, Google
WOM และอิ ท ธิ พ ลของบุ ค คลอาจมี บ ทบาทอย่า งมาก
ในการมีอิทธิ พลต่อพฤติกรรมมากกว่าการโฆษณา ดังนี้
- ค่าใช้จ่ายน้อย
- เป็ นแหล่งสารสนเทศที่มีความซื่อสัตย์
- น่าเชื่อถือ มากกว่าพนักงานขาย
ความสั มพันธ์ ของการโฆษณาและ WOM
- เชื่อถือตราสิ นค้าหรื อสิ นค้า WOM ลดลง
โฆษณาไม่น่าเชื่อถือ ขึ้นกับ WOM เพิม่
- โฆษณาสามารถสร้าง WOM เป้ าหมายของ Viral
Marketing
การขึน้ อยู่กบั คาพูดปากต่ อปากเป็ นหลัก
- บริ ษทั อาจใช้คาพูดปากต่อปากแทนการโฆษณา
เนื่ องจากต้องการลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา เช่น โทรศัพท์
อาม่า
การมุ่งเป้าหมายไปยังผู้นาความคิด
ผูน้ าความคิด (Opinion Leaders) เป็ นคนอ่อนไหวต่อแหล่งข้อมูล
ข่าวสาร รวมทั้งการโฆษณาถ้าสามารถระบุถึงผูน้ าความคิดได้ การทา
การตลาดไปยังกลุ่มคนกลุ่มนี้อย่างเฉพาะเจาะจงก็มีความเป็ นไปได้ เช่น
แพทย์ โค้ช
การกระตุ้นคาพูดปากต่ อปาก สามารถทาได้หลายวิธี เช่น การ
ให้ยมื ให้สินค้าฟรี กบั แพทย์ นักกีฬา
การสร้ างผู้นาความคิด
บางครั้ งบริ ษัท ฯอาจจ้า งบุ ค คลอื่ น ที่ มี ล ัก ษณะการเป็ นผู้น า
ความคิ ด เพื่ อ สร้ า งอิ ท ธิ พ ลต่ อ ผูบ้ ริ โ ภค เช่ น แนะน าสมาชิ ก จ้า งคน
หน้าตาดีมาทางานและให้ใส่ เสื้ อที่ร้านขายโดยให้ส่วนลด
โฆษณา ให้ถามคนเคยใช้ ทดลอง เช่น เช่ารถและติด GPS
การจัดการกับ WOM ในด้ านลบ
คาพูดด้านลบมัก จะมี ผลต่ อกิ จการ ดังนั้นกิ จการควรที่ จะเฝ้ า
ติดตามดูแลเนื้ อหาของ WOM อย่างสม่าเสมอ มากกว่าหนึ่ งในสาม
เป็ นลบ
การควบคุมข่ าวด้ านลบ วิธีทดี่ ที สี่ ุ ดคือ
- ยอมรับปั ญหาอย่างรวดเร็ วและใช้โฆษกที่มีความน่าเชื่อถือ
“ทาความแน่ใจว่าท่านได้รับข้อเท็จจริ งที่ตรงไปตรงมาและบอก
ความจริ ง”
• คาพูดปากต่อปาก ผูร้ ้องเรี ยน
– มากกว่า 12% บอกคนอื่น 20 คน เกี่ยวกับการตอบสนองของบริ ษทั
– พอใจมากจะบอก 4-5 คน
– 10% พอใจสมบูรณ์เพิม่ การซื้ อ
– ไม่พอใจ บอกต่อ 9-10 คน
– 1 ใน 3 ไม่ได้รับการตอบสนองเลิกซื้ อ 45% เลิกใช้
การแพร่ กระจายของนวัตกรรม
ธุ รกิจจาเป็ นต้องมีนวัตกรรมใหม่สม่าเสมอเพื่อที่จะยังคง
สามารถแข่งขันได้ ธุ รกิ จต้องสร้ างความสัมพันธ์กบั ธุ รกิ จอื่น
เพื่อเพิ่มความรวดเร็ วและลดความเสี่ ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ใหม่
ความสาเร็จของผลิตภัณฑ์ ใหม่ มีลกั ษณะดังนี้
- ความเข้ากันได้หรื อตรงกัน : สอดคล้อง ความชอบ เข้าใจ
พฤติกรรม ไม่เปลี่ยนค่านิยม ความเชื่อ
- การทดลองได้ : สามารถทดลองใช้ได้ในขอบเขตจากัด
- การสังเกตเห็นได้ : ระดับที่สินค้าหรื อผลกระทบสามารถ
สัมผัสได้โดยผูบ้ ริ โภคอื่น จานดาวเทียม สไตล์เสื้ อผ้าใหม่
การแพร่ กระจายของนวัตกรรม
- ความเร็ ว : เห็นประโยชน์ได้เร็ ว
- ความง่าย : เข้าใจและใช้ user friendly
- ผลประโยชน์โดยเปรี ยบเทียบ : เกิดการทดลองใช้ และใช้
ต่อเนื่อง เช่น เครื่ องถอนเงิน
ลักษณะของผู้บริโภคทีม่ แี นวโน้ มจะซื้อผลิตภัณฑ์ ใหม่
 กลุ่มแนวหน้ า / ลา้ หน้ า:
กลุ่มแรกทีย่ อมรับ
ชอบเผชิญภัยและรับความ อาจเชี่ยวชาญในกลุ่มสิ นค้ า
ไม่ หาคาตอบด้ วยบริบทเดิม
 กลุ่มนาสมัย
เป็ นผู้นาความคิดและแบบอย่ างของผู้อนื่
ชานาญการเข้ าสั งคมและได้ รับการยอมรับ
ใช้ ท้งั แหล่ งสื่ อสารมวลชนและระหว่ างบุคคล
ลักษณะของผู้บริโภคทีม่ แี นวโน้ มจะซื้อผลิตภัณฑ์ ใหม่
 กลุ่มทันสมัย
พิจารณาอย่ างรอบคอบก่ อนซื้อ
ยอมรับก่ อนเวลาโดยเฉลีย่ ของประชากร
หลีกเลีย่ งความเสี่ ยง พิจารณาอย่ างถี่ถ้วน
 กลุ่มตามสมัย
สงสั ยและระมัดระวังในการประเมินผลสิ นค้ า
ใช้ เวลายอมรับมากกว่ าคนโดยเฉลีย่
ได้ รับแรงกดดันจากเพือ่ นฝูง
ลักษณะของผู้บริโภคทีม่ แี นวโน้ มจะซื้อผลิตภัณฑ์ ใหม่
 กลุ่มล้ าสมัย
กลุ่มสุ ดท้ ายทีย่ อมรับ
ฝังใจกับอดีต
ไม่ ชอบการเปลีย่ นแปลง ทาตามจารีตประเพณี
อาจต่ อต้ านผลิตภัณฑ์ ใหม่
นักการตลาดพบว่า กลุ่มแนวหน้ า จะสาคัญยิง่ ในกลุ่มเป้ า หมาย
เพราะจะเป็ นกลุ่ มที่ มีอิทธิ พลต่ อกลุ่ มนาสมัย ซึ่ งจะมี อิทธิ พลต่ อ
กลุ่มทันสมัยในการซื้ อ ดังนั้นจึงถือว่าเป็ นโอกาสที่ผลิตภัณฑ์ใหม่
จะประสบความสาเร็ จ
ลักษณะของผู้บริโภคทีม่ แี นวโน้ มจะซื้อผลิตภัณฑ์ ใหม่
 วิจยั ระบุถึงลักษณะกลุ่มแนวหน้า
การศึกษาสูง อายุนอ้ ย เคลื่อนไหวทางสังคมมาก ชอบเสี่ยง
เป็ นผูใ้ ช้จานวนมาก Heavy user ของผลิตภัณฑ์กลุ่ม
เดียวกัน
มีส่วนร่ วมในการสังสรรค์เข้าสังคม
ลักษณะผูน้ า
 ผูบ้ ริ โภคต่างกลุ่มกัน ซื้อสิ นค้าต่างกัน ในช่วงวงจรชีวิต
ผลิตภัณฑ์